Make your own free website on Tripod.com


 

             ศิลปะของการให้อาหารปลา

          ......การที่เรารู้ว่าจะเลี้ยงปลาด้วยอะไรนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่การที่รู้ว่าจะเลี้ยงปลาอย่างไรก็สำคัญเช่นกัน เพื่อนๆ หลายคนที่เลี้ยงปลาอาจจะคิดว่าก็แค่โยนซากุระลงไปในตู้ก็พอ ที่เหลือก็ปล่อยให้ปลามันจัดการเองเหอะน่า อ๊ะๆ คิดอย่างนั้นไม่ได้นะคะ จริงๆ แล้วการให้อาหารปลาน่ะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเลยทีเดียวเชียวแหละ

          ......แล้วความถี่ในการให้อาหารล่ะ โดยทั่วไปคนมักให้อาหารปลาวันละ 2 ครั้ง ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ควรเป็นอย่างนั้น ในธรรมชาติปลาเมืองร้อนจะใช้เวลาแต่ละวันหมดไปกับการหาอาหาร มันจะตอดอาหารตรงโน้นนิดตรงนี้หน่อยตามที่มันเจอ หรืออาจเป็นอาหารชิ้นใหญ่บ้างถ้าหากมีผ่าน การให้อาหารปลาในตู้วันละ 2 ครั้งก็จะทำให้มันอิ่มได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือมันก็จะเที่ยวเขี่ยไปรอบๆ ตู้เพื่อหาอาหารเพิ่มอีก

            พวกชอบตอด

           ......ดังนั้นการให้อาหารวันละ 2 ครั้งจึงไม่ใช่จำนวนที่ดีที่สุดเสมอไป ปลาน้ำเค็มหลายชนิดเป็นพวกกินแพลงตอนเป็นอาหาร ตามธรรมชาติพวกมันจะว่ายอยู่ตามแนวหินโสโครก และจับสัตว์น้ำตัวเล็กๆ ที่กระแสน้ำพัดพามากิน ปลาน้ำเค็มบางชนิดก็เป็นพวกชอบเล็มทีละเล็กละน้อยไปเรื่อยๆ พวกมันไม่คุ้นเคยกับการกินมื้อใหญ่ๆ ดังนั้นบางครั้งคุณจะพบว่าการให้เจ้าครีบงามตัวเล็กๆ กินอาหารจำนวนมากในครั้งเดียวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และถ้าหากคุณจำกัดให้มันกินอาหารวันละ 2 มื้อ เจ้าปลาน้อยของคุณอาจจะสุขภาพอ่อนแอและตายได้ สำหรับปลาจำพวกนี้ การให้อาหารมื้อเล็กๆ แต่ให้ตลอดทั้งวันจะดีกว่า

              พวกกินมื้อใหญ่

            ......แต่ปลากินเนื้อบางชนิดกับตรงกันข้าม ตามธรรมชาตินั้นปลาพวกนี้อาจเจอเหยื่อเป็นครั้งคราวเท่านั้น ดังนั้นมันจึงต้องวิวัฒนาการตัวเองให้กินอาหารมื้อใหญ่ๆ ได้ เพื่อประทังชีวิตพวกมันออกไปหลายๆ วัน หรือหลายสัปดาห์จนกว่ามันจะหาอาหารมื้อต่อไปได้ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจหากปลาทะเลที่คุณเลี้ยงไว้จะสามารถเขมือบปลาที่มีขนาดเกือบเท่าตัวของมันเองได้ ในทำนองเดียวกัน ปลาน้ำจืดก็อาจจะเขมือบปลาทอง 50 ตัวในมื้อเดียวก็ได้ แต่ถึงปลาของคุณจะหม่ำอาหารได้มากขนาดนั้น เราก็ไม่แนะนำให้คุณให้อาหารปริมาณนี้ภายในครั้งเดียว (ปลาก็ท้องอืดเป็นนะ) แต่ถ้าคุณต้องการให้อาหารมื้อใหญ่จริงๆ แล้วล่ะก็ ให้เว้นระยะสัก 2-3 วันต่ออาหารมื้อหนึ่ง แต่ถ้าคุณเลี่ยงไม่ให้ได้ก็จะดีกว่า หรืออาจเปลี่ยนเป็นให้มื้อเล็กลงวันละหนึ่งมื้อก็ได้

             ......แล้วเวลาใดเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการให้อาหาร คำตอบของข้อนี้ไม่มีกฎตั้งไว้แน่นอนหรอกค่ะ แค่จัดเวลาให้อาหารให้ลงตัวกับตารางเวลาของคุณก็พอ บางคนชอบให้อาหารปลาก่อนไปทำงานและให้อีกครั้งตอนกลับจากบ้าน แต่ถ้าคุณอยู่บ้านทั้งวันคุณจะให้สายหรือเย็นกว่าเดิมหน่อยก็ได้

                 จงเลี้ยงปลา ไม่ใช่เลี้ยงตู้ปลา

              ......การให้อาหารนี้ต้องให้ในปริมาณที่เหมาะสมด้วย ปริมาณที่เหมาะสมคือปริมาณที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป การให้อาหารเยอะไม่ใช่การให้อาหารดี ถ้าหากคุณกำลังทำเช่นนั้นอยู่ ก็ให้คุณทำความเข้าใจซะใหม่ว่าคุณกำลังเลี้ยงปลาอยู่นะ! ไม่ใช่ตู้ปลาซะหน่อย ถ้าคุณให้อาหารเยอะ อาหารตกค้างก็มีมาก และทำให้น้ำในตู้เน่าเร็วไปด้วย คุณสามารถหาปริมาณอาหารที่เหมาะสมได้โดยดูจากอาหารที่ลอยอยู่ในตู้ ลองให้อาหารประเภทที่ปลาของคุณสามารถกินเสร็จได้ภายใน 1 นาทีดู หลังจาก 3 นาทีผ่านไป ถ้าในตู้ยังมีเศษอาหารลอยอยู่เป็นจำนวนมากก็แสดงว่าคุณให้อาหารเยอะเกินไปแล้ว

                  ฝึกควบคุมสัดส่วน

               ......เฮ้! นี่เราไม่ได้หมายถึงการควบคุมสัดส่วนของคุณนะ เรากำลังหมายถึงสัดส่วนของการให้อาหารต่างหาก สำหรับคุณที่ยังไม่แน่ใจว่าจะหาสัดส่วนที่เหมาะสมได้อย่างไร ให้คุณลองซื้อห่วงให้อาหารมาใช้ เอ..แล้วเจ้าห่วงที่ว่านี้หน้าตามันเป็นยังไงกันล่ะ เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ยังไม่เคยได้ยินเลย อุปกรณ์ที่ว่านี้เป็นห่วงพลาสติกลอยน้ำได้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 นิ้วค่ะ วิธีใช้ก็ให้คุณใส่อาหารลงไปในห่วง ใช้ถ้วยสำหรับดูดอาหารถ่วงเจ้าห่วงนี้ลงไปยังข้างๆ ตู้ ปลาจะหาอาหารเจอได้ง่ายขึ้น และอาหารก็จะไม่ลอยละล่องไปทั่วตู้ด้วย ห่วงให้อาหารมักขายพร้อมกรวยเจาะรูซึ่งสามารถถอดออกได้ อ้อ! ที่สำคัญอุปกรณ์ประเภทนี้สามารถใช้กับอาหารประเภทหนอนได้ดีทีเดียวแหละ ฮิฮิ

             ......นอกจากให้อาหารในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว คุณควรมีกฎที่ใช้กับคนในบ้านของคุณด้วย ทุกคนชอบให้อาหารปลา ดังนั้นคุณควรตั้งกฎไว้บ้าง คุณอาจจะมอบหมายให้ใครคนหนึ่งในบ้านมีหน้าที่ให้อาหารปลาไปเลย ไม่อย่างนั้นทุกคนในบ้านก็จะพร้อมใจให้อาหารปลาทุกครั้งที่เดินผ่านตู้ หรืออีกทางหนึ่งก็คือจะไม่มีใครให้อาหารปลาเลย ซึ่งทั้งสองอย่างล้วนแต่ส่งผลเสีย คือถ้าปลาของคุณไม่ได้รับอาหารมากเกินไปมันก็จะอดอยากไปเลย เอาเป็นว่าให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นคนตัดสินใจให้อาหารปลาจะดีกว่าค่ะ